http://www.kunnuch.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  บทความ  เว็บบอร์ด  Gallery  Chat  ติดต่อคุณนุช  สมุดเยี่ยม
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 12/02/2009
ปรับปรุง 19/04/2016
สถิติผู้เข้าชม603,322
Page Views718,810
Menu
หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
ติดต่อเรา
Chat
สมุดเยี่ยม
เสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
The Star
ดูดวงรายเดือน
ข้อคิด
เกร็ดความรู้
บทสวดมนต์
Poll
คุณอยากให้เว๊บคุณนุชดอทคอมเพิ่มเนื้อหาในด้านใด?
ข่าวสารทั่วไป เศรษฐกิจ การเมือง
บันเทิง ดารา นักร้อง ภาพยนตร์
สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่พักผ่อน
อื่นๆ โปรดระบุ
By
รหัสยืนยัน :

Result
จดหมายข่าว
กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร

« August 2017»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  
ดูดวงกับคุณนุชโดยตรง

 

ไหว้พระ 9 วัด

ไหว้พระ 9 วัด

ไหว้พระ 9 วัด
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร


คติ

เดินทางปลอดภัยดี มีมิตรไมตรีที่ดี

เครื่องสักการะ

ธูป 3 ดอก เทียนแดงคู่ ดอกไม้พวงมาลัย

ประวัติ/ความเป็นมา

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท
เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ได้อุทิศที่ดิน ซึ่งบริเวณดังกล่าวเดิมเรียกว่า
หมู่บ้านกุฎีจีน”  วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2368 ในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้ถวายเป็นพระอารามหลวง ได้รับพระราชทานนามว่า วัดกัลยาณมิตรพร้อมกับทรงสร้างพระวิหารหลวงเพื่อเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธไตรรัตนนายก” (หลวงพ่อโต) ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 4 หรือเรียกตามแบบจีนว่า (ชำปอฮุดกง หรือ ชำปอกง)
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นวัดเดียวในประเทศไทยที่มีองค์พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ โดยประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ นอกจากนี้ยังมีหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกและพระคัมภีร์ต่างๆ ซึ่งรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2408


วัดชนะสงครามวรมหาวิหาร


 

คติ

มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง

เครื่องสักการะ

ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก
สำหรับพระประธานในโบสถ์

ธูป 5 ดอก เทียน  1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก
สำหรับรูปเคารพสมเด็จกรมพระราชวัง
บวรมหาสุรสิงหนาท

 

ประวัติ/ความเป็นมา

วัด ชนะสงครามราชวรมหาวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นโท  สร้างสมัยก่อนกรุงรัตรโกสินทร์ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงสถาปนาวัดขึ้นมาใหม่ และรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายราชสามัญ เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ทหารรามัญในกองทัพของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุ รสิงหนาท ต่อมาเมื่อมีชัยชนะต่อกองทหารข้าศึกถึง 3 ครั้ง จึงพระราชทานนามใหม่ว่า วัดชนะสงคราม
วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร  มีพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย เป็นพระประธาน มีพระนามว่า พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ มเหทธิศักดิ์ปูชนียะชยันตะโคดมบรมศาสดา อนาวรญาณประดิษฐาน ณ พระอุโบสถ

 

การเดินทางไปยังวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

สถานที่ตั้ง

ถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร

การเดินทาง

โดยรถประจำทาง สาย 33, 64, 65
รถปรับอากาศ สาย ปอ. 3 , 32 , 33, 64, 65


วัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์)

 

คติ

ร่มเย็นเป็นสุข

เครื่องสักการะ

ธูป 9 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น

 ประวัติ/ความเป็นมา

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันในนาม วัดโพธิ์
เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เดิมชื่อ วัดโพธารามพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงบูรณะและโปรดเกล้าฯ ให้สร้างประเจดีย์เพื่อบรรจุพระพุทธรูปพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งอัญเชิญมาจากกรุงศรีอยุธยา  ต่อมาใน พ.ศ. 2377  รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะพระเจดีย์ แล้วพระราชทานนามว่าพระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณและทรงสร้าง พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกนิธานเพื่ออุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 และทรงมีพระราชประสงค์ให้วัดโพธิ์เป็น มหาวิทยาลัยสำหรับประชาชนจึงโปรดเกล้าฯให้รวบรวมสรรพวิชาความรู้มาจารึกบนแผ่นศิลาติดไว้บริเวณพระ อุโบสถ เพื่อให้ประชาชนมาศึกษาหาความรู้
ที่ วัดโพธิ์มี พระพุทธเทวปฏิมากรประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ ใต้ฐานชุกชี บรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 1 มีพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ที่สวยงามที่สุด และองค์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในประเทศไทย เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนพื้นพระบาทประดับมุก เป็นภาพมงคล 108 ประการ นอกจากนั้น  วัดโพธิ์ยังมีเจดีย์ทั้งสิ้น  99 องค์ ถือว่าเป็นวัดที่มีเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย และมีพระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล คือ รัชการที่ 1- 4 แห่งกรุงรัตรโกสินทร์ในปัจจุบันวัดโพธิ์เปิดอบรมเผยแพร่วิชาการแพทย์แผนโบราณ โดยผู้ผ่านการอบรมจะได้รับใบประกอบโรคศิลป์จากกระทรวงสาธารณสุข

รเดินทางไปยังวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)

สถานที่ตั้ง

ด้านหลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

การเดินทาง

โดยรถประจำทาง สาย 12 , 44 , 82 , 91
รถปรับอากาศ สาย ปอ. 12 , 32 , 44 , 91 , 51


วัดพระศรีรัตนศาสดาราม


คติ

เพื่อจิตใจสะอาด ดุจรัตนตรัย

เครื่องสักการะ

ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกไม้

 

ประวัติ/ความเป็นมา

วัด พระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เป็นพระอารามที่อยู่ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2326 เพื่อความสะดวกเวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามราช ประเพณี และเพื่อเป็นที่บรรจุพระอัฐิอายุของพระเจ้าแผ่นดินเจ้านายในราชสกุล ภายในวัดพระแก้วมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ พระอุโบสถอันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร” (พระแก้วมรกต) ที่พระระเบียงมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่วิจิตรสวยงามและยาวที่ สุดในโลก มีปราสาทพระเทพบิดร ซึ่งเป็นปราสาทยอดปรางค์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 1- 8 มีพระศรีรัตนเจดีย์ประดับกระเบื้องสีทองทั้งองค์เป็นที่ประดิษฐานพระบรม สารีริกธาตุมีหอพระราชพงศานุสรณ์เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำรัชกาลของ พระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีหอระฆังที่มีระฆังซึ่งตีมีเสียงดังกังวานดี มีพระบรมราชานุสาวรีย์ประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์กรุงรัตนโกสินทร์และยัง มีรูปยักษ์ 6 คู่ เป็นรูปยักษ์ตัวสำคัญจากเรื่องรามเกียรติ์ เป็นปูนปั้นทาสี ประดับกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ สูงประมาณ 6 เมตร ตั้งประจำที่ช่องประตูพระระเบียง

การเดินทางไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)

สถานที่ตั้ง

บริเวณสนามหลวง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

การเดินทาง

โดยรถประจำทาง สาย 1, 3 , 25, 32, 33, 59, 60, 70, 82, 91, 201, 203
รถปรับอากาศ สาย ปอ. 2, 3, 6, 25, 32, 59, 60, 70, 82, 91, 201, 203, 512

 วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

 

คติ

ชื่อเสียงโด่งดัง คนนิยมชมชอบ

เครื่องสักการะ

ธูป 3 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว

 ประวัติ/ความเป็นมา

วัด ระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารหรือเป็นที่รู้จักกันในนาม (วัดระฆัง) เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมชื่อว่า วัดบางว้าใหญ่เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา พระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 1 มีลายหน้าบันเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถนี้ เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงเรียกว่าพระประธานยิ้มรับฟ้านอกจากนี้ยังมีหอไตรเป็นรูปเรือนสามหลังแฝด ภายในมีภาพจิตรกรรมที่สำคัญหลายแห่งทั้งบานประตู และฝาผนังรวมทั้งตู้พระไตรปิฏกสมัยกรุงศรีอยุธยา

วัดระฆังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นพระเถระผู้ทรงเกียรติคุณ วิทยาคุณโด่งดังมากแต่อดีตจวบจนปัจจุบันการไปสักการะสมเด็จพุฒาจารย์ เพื่อขอพรโดยการสวดคาถาชินบัญชรเมื่อสวดจบแล้ว ปักธูปที่กระถางและปิดทองที่รูปปั้น แล้วอย่าลืมพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล

 

 

รเดินทางไปยังวัดระฆังโฆสิตารามมรมหาวิหาร

สถานที่ตั้ง

ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย

การเดินทาง

โดยรถประจำทาง สาย 19, 57

 

ทางเรือ โดยเรือด่วนเจ้าพระยาแล้วลงที่ท่ารถไฟ หรือท่าวังหลัง
หรือข้ามฝากที่ท่าช้างแล้วขึ้นที่ท่าเรือวัดระฆัง


วัดสุทัศนเทพวรารามฯ



 

คติ

วิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่คนทั่วไป

เครื่องสักการะ

ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม

 

ประวัติ/ความเป็นมา

วัด สุทัศเทพวรารามวรมหาวิหาร เป็นพระอามามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมชื่อวัดมหาสุทธาวาสวันนี้เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2350 เสร็จสมบูรณ์ พ.ศ. 2390 ในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสุทัศเทพวราราม

ที่พระวิหารมี พระศรีศากยมุนีเป็นพระประธานซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัยเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วย สำริดถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร  กรุงศรีอยุธยาบานประตูใหญ่ของพระวิหารสลักไม้สวยงามรอบพระวิหารมีถะ หรือเจดีย์ศิลาแบบจีนตั้งอยู่บนฐานทักษิณ เป็นถะ 6 ชั้น จำนวน 28 องค์ มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธตรีโลกเชฏฐ์ เป็นพระประธานปางมารวิชัย ใหญ่กว่าพระที่หล่อในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ องค์อื่นๆ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเป็นฝีมือช่างชั้นครูในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่งดงามมาก พระอุโบสถนี้นับว่ายาวที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีศาลาการเปรียญที่มีพระพุทธเสรฏฐมุนี  เป็นพระประธานที่หล่อด้วยกลักฝิ่นเมื่อ พ.ศ. 2382 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เช่นกัน

 

การเดินทางไปยังวัดสุทัศเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

สถานที่ตั้ง

บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร

การเดินทาง

โดยรถประจำทาง สาย 10, 12, 42
รถปรับอากาส สาย ปอ. 10, 12, 42


วัดอรุณราชวรารามฯ


คติ

ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน

เครื่องสักการะ

ธูป 3 ดอก เทียนคู่

 ประวัติ/ความเป็นมา

วัด อรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดมะกอก เมื่อ พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (พระเจ้ากรุงธนบุรี) เสด็จทางชลมารคจากกรุงศรีอยุธยามารุ่งเช้าที่หน้าวัดมะกอก จึงโปรดเกล้าฯให้ปฏิสังขรณ์ แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น วัดแจ้งต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ทรงปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามใหม่ว่าวัดอรุณราชวราราม
ในสมัยกรุงธนบุรีวัดอรุณราชวรารามเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระแก้ว นอกจากนั้นยังมียักษ์ปูนปั้นขนาดใหญ่ 2 ตน ตั้งอยู่หน้าประตูซุ้มยอดพระมงกุฏ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนามยักษ์วัดแจ้ง
ภายในวัดอรุณราชวรารามนี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ มีพระปรางค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสูง 33 วาเศษ ประดับด้วยชิ้นกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ ยอดพระปรางค์เป็นนภศูล ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีปรางค์ทิศทั้ง 4 ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประสูติ เทศน์พระธัมมจักร ตรัสรู้ นิพพาน การเดินเวียนทักษิณาวัดรอบพระปรางค์ 3 รอบ โดยเดินเวียนขวา (ตามเข็มนาฬิกา) เพื่อความเป็นสิริมงคล มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลกซึ่งรัชกาลที่ 2 ทรงปั้นหุ่นและพระพักตร์ด้วยฝีพระหัตถ์พระองค์เอง และยังมีพระวิหารที่มีพระบรมสารีริกธาติที่เกศพระพุทธชมภูนุชฯ มีพระอรุณหรือพระแจ้ง ที่รัชกาลที่ 4 ทรงอัญเชิญมาจากเวียงจันทน์

 

การเดินทางไปยังวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)

สถานที่ตั้ง

ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่

การเดินทาง

โดยรถประจำทาง สาย 19, 57

 

เรือโดยสารข้ามฟากจากท่าเตียน ขึ้นที่วัดอรุณ


วัดบวรนิเวศวิหาร


คติ

พบแต่สิ่งดีงามในชีวิต

เครื่องสักการะ

ธูป 9 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 3 ดอก


ประวัติ/ความเป็นมา

วัด บวรนิเวศวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชชวรวิหาร สมเด็จพระบวรราชเจ้ากรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพกรมพระราชวังบวรสถานมงคลใน รัชกาลที่ 3
ทรงสร้างขึ้นใหม่ระหว่าง พ .ศ. 2367 - 2375 เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดใหม่ ได้รับพระราชทานชื่อใหม่ เมื่อรัชกาลที่ 3 ทรงอาราธนาสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ามงกุฎเสด็จมาประทับเมื่อปี พ .ศ. 2375 นอกจากนี้ ยังเป็นวัดที่รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลปัจจุบันทรงผนวช เป็นวัดของคณะ สงฆ์ฝ่ายคามวาสีของธรรมยุติกนิกาย

สิ่งสำคัญภายในวัดบวรนิเวศวิหาร ได้แก่ พระอุโบสถ เป็นอาคารแบบตรีมุข หน้าบันประดับกระเบื้องเคลือบ ตรงกลางมีตรามหามงกุฎ พระประธานในพระอุโบสถและพระพุทธชินสีห์ วิหารพระศาสดา พระเจดีย์ใหญ่ และพระตำหนักปั้นหยา สถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์และเจ้าฟ้าที่ทรงผนวช



การเดินทางไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร

สถานที่ตั้ง

ตั้งอยู่ริมถนนบวรนิเวศและถนนพระสุเมรุ แขวงนิเวศ เขตพระนคร

การเดินทาง

โดยรถประจำทาง สาย 10 , 12 , 56 , 68


วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

คติ

เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล

เครื่องสักการะ

ธูป 9 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 3 ดอก

 ประวัติ/ความเป็นมา

วัด สระเกศราชวรมหาวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสำคัญคู่มากับการสร้างกรุงเทพมหานคร เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสระแรัชกาลที่ 1 ทรง ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่โปรดให้ขุดคลองรอบพระอารามและพรราชทานนามว่า วัดสระเกศ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ทั่วทั้งพระอารามและสร้างสิ่งต่างๆ เพิ่มเติม เช่น พระบรมบรรพตหรือภูเขาทอง
สิ่งสำคัญภายในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้แก่ พระบรมบรรพตหรือภูเขาทอง ซึ่งสร้างเป็นพระปรางค์ในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เกิดทรุดทังลง รัชกาลที่ 4 โปรดให้ซ่อมแซม โดยแปลงเป็นภูเขาและก่อพระเจดีย์ไว้บนยอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างแล้วเสร็จในสมับรัชกาบที่ 5 นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถที่ภายในมีภาพเขียนจิตรกรรมฝีมือช่าง สมัยรัชกาลที่ 3 และหอไตร ศิลปะสมัยอยุธยาบานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำ

 

การเดินทางไปยังวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

สถานที่ตั้ง

ปากคลองมหานาค แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

 

 

ที่มา http://www.9wat.net/

 

ความคิดเห็น

  1. 1
    Dohcvtec
    Dohcvtec 28/04/2009 15:16
    ได้เดินทางไปไหว้พระ9วัดก็คราวนี้แหละ..อิอิ {icon3} {icon3}
  2. 2
    tarn
    tarn 29/04/2009 20:55
    อยากไปไหว้พระ 9 วัดบ้างอ่ะ
    ใครไปชวนด้วย... {icon1}

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

 
 หน้าแรก  Blog Gang Radio Online  บทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา
By คุณนุชดอทคอม.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view